มินิรุ่นโอลิมปิก

พอดีไปอ่านข่าวเจอ มินิรุ่นโอลิมปิก เห็นว่าน่ารักดี เลยเอามาโพสเก็บไว้

เห็นแล้ว อยากไปลองนั่งสักครั้งในชีวิต (แต่ถ้าหมดโอลิมปิกแล้ว มันก็คงไม่มี)

อีกอย่าง คงไม่มีปัญญาไปเมืองจีน 555

ที่มา : manager

แบบทดสอบ สภาพของคุณในปัจจุบัน

ได้มาจาก FWD.mail

1. เวลาช่วงไหนที่คุณจะรู้สึกดี
a) ตอนเช้า
b) ตอนบ่ายๆ หรือเย็นๆ
c) ตอนดึกๆ

2. ปกติคุณจะมีท่าทางการเดินแบบไหน
a) เดินเร็ว ก้าวยาวๆ
b) เดินเร็ว แต่ก้าวสั้นๆ
c) เดินไม่ค่อยเร็ว มองตรงไปข้างหน้า
d) เดินไม่ค่อยเร็ว ก้มหน้า
e) เดินค่อนข้างช้า

3. เวลาคุยกับใครคุณทำท่า
a) ยืนกอดอก
b) ยืนกุมมือ
c) เท้าสะเอว 1 ข้าง หรือทั้ง 2 ข้าง
d) แตะหรือผลักคนที่คุยด้วย

4. ท่านั่งสบายๆ ของคุณเป็นยังไง
a) เอาขาพับเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง หรือนั่งพับเพียบ
b) นั่งไขว่ห้าง
c) ยืดขาตรง
d) นั่งทับขาข้างใดข้างหนึ่ง

5. เมื่อมีอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกถูกใจหรือขำมาก คุณแสดงออกอย่างไร
a) หัวเราะดังๆ อย่างพอใจ
b) หัวเราะ แต่ไม่ดังมาก !
c) หัวเราะแบบไม่มีเสียง
d) ยิ้มแบบอายๆ

6. เมื่อไปงานเลี้ยง
a) เข้าไปอย่างเป็นที่สนใจทุกคนต้องรู้ว่าคุณมาแล้ว
b) เข้าไปเงียบๆ มองหาคนที่รู้จัก!
c) เข้าไปอย่างเงียบที่สุดพยายามไม่เป็นที่สนใจ

7. คุณทำงานอย่างหนัก ทุ่มเทมากๆ แต่ถูกขัดจังหวะ คุณจะ …
a) หยุดพักเพื่อผ่อนคลาย
b) รู้สึกหงุดหงิด ฉุนเฉียว รำคาญ
c) รู้สึกก้ำกึ่ง 2 ข้อข้างบน

8. ชอบสีอะไรมากที่สุดต่อไปนี้
a) สีแดง หรือ สีส้ม
b) สีดำ
c) สีเหลือง หรือ สีฟ้า
d) สี เขียว
e) สีน้ำเงิน หรือ สีม่วง
f ) สีขาว
g) สีน้ำตาล หรือ สีเทา

9. ตอนที่คุณอยู่บนเตียงช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่คุณจะหลับ คุณนอนในลักษณะไหน
a) นอนหงายธรรมดา
b) นอนคว่ำ
c) เอียงข้าง นอนขด
d) นอนเอาหัวทับแขน
e) นอนคลุมโปง

10. คุณมักฝันว่าคุณ …
a) กำลังหล่นหรือดิ่งลงไปเรื่อยๆ
b) กำลังต่อสู้ หรือดิ้นรน
c) กำลังค้นหาอะไรสักอย่างหรือใครสักคน
d) กำลังบินหรือกำลังลอยอยู่
e) คุณไม่ค่อยฝัน
f) คุณมักฝันถึงแต่สิ่งที่ดี

รวมคะแนนของคุณทั้งหมด แล้วมาดูเฉลยกัน …

คะแนนเกิน 60 คะแนน :

คนอื่นๆ มองว่าการอยู่กับคุณเขาต้องระวังตัวเองอยู่เสมอ เห็นว่าคุณเป็นที่หลงตัวเอง! เห็นแก่ตัว
แล้ว ชอบทำตัวโดดเด่นออกมา หลายคนอาจจะชื่นชมคุณ อยากเป็นเหมือนคุณ แต่พวกเขาก็ไม่ค่อยเชื่อใจคุณและลังเลใจที่จะเข้ามา เกี่ยวข้องกับคุณมากเกินไป

คะแนน 51 ถึง 60 คะแนน :

คน อื่นๆ มองว่าคุณเป็นคนที่น่าตื่นเต้น แต่อารมณ์แปรปรวน และไม่ค่อยไตร่ตรองอะไร เป็นผู้นำโดยธรรมชาติ ตัดสินใจเร็วแต่มันไม่ถูกเสมอไป เขาเห็นว่าคุณเป็นกล้าหาญและ ท้าทาย เป็นคนที่พร้อมที่จะทดลองอะไรก็ได้ เป็นคนที่กล้าเสี่ยงคว้าเอา โอกาส และสนุกกับการผจญภัย ผู้คนมักรู้สึกสนุกที่ได้อยู่กับคุณ เพราะความน่าตื่นเต้นที่คุณสื่อออกมา

คะแนน 41 ถึง 50 คะแนน :

คน อื่นๆ มองว่าคุณ เป็นคนร่าเริง สดใสมีชีวิตชีวา มีเสน่ห์ ง่ายๆ และน่าสนใจ เป็นคนที่มักจะเป็นศูนย์กลางของความ สนใจ แต่มีความสมดุล รู้ว่าต้องทำตัวยังไง คนอื่นๆ มองว่าคุณเป็นคนใจดี นึกถึงจิตใจคนอื่น และมีความเข้าใจ เป็นคนที่จะคอยให้กำลังใจ และช่วยเหลือเขาตลอดเวลา

คะแนน 31 ถึง 40 คะแนน :

คน อื่นๆ มองว่าคุณ เป็นคนอ่อนไหว ระมัดระวังรอบคอบ และง่ายๆ ผู้คนมองว่าคุณ ฉลาด มี พรสวรรค์ แต่นอบน้อม ไม่ใช่คนที่จะมีเพื่อนได้ง่ายๆ แต่จะเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อเพื่อน มาก
และคาดหวังว่าเพื่อนก็ต้องเป็นเช่นนั้นกับคุณ คนที่รู้จักคุณจริงๆ จะรู้ว่า … มัน ต้องใช้หลายอย่างมากที่จะทำให้คุณเลิกไว้ใจเพื่อนของคุณ แต่ในทางกลับกัน มันจะใช้เวลานานมากกว่าคุณจะยอมอภัยถ้าความเชื่อถือนั้นถูกทำลายลง

คะแนน 21 ถึง 30 คะแนน :

เพื่อนๆ มองว่าคุณเป็นคนที่มีความมานะบากบั่นและจุกจิก
มอง ว่าคุณค่อนข้างขี้ระแวง ระมัดระวังอย่างมากเชื่องช้าและมีความพยายามมากๆ มันจะทำให้เขาแปลกใจถ้าพบว่าคุณทำอะไรซักอย่าง โดยขาดการยั้งคิดหรือทำไปเพราะมีแรงกระตุ้นเพียงชั่ว ครู เขาจะคาดหวังว่าคุณต้องตรวจสอบทุกอย่างในทุกแง่ทุกมุม แล้วจากนั้น ก็มักจะตัดสินใจต่อต้านมัน พวกเขาคิดว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความขี้ระแวงโดย ธรรมชาติของคุณนั่นเอง

คะแนนต่ำ กว่า 21 คะแนน :

คน อื่นๆ มองว่าคุณ ขี้อาย ขี้กังวล และไม่กล้าตัดสินใจ เป็นคนที่ต้องการการดูแล เป็นคนที่ต้องการให้คนอื่นตัดสินใจแทน และเป็นคนที่ไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับใครหรืออะไรทั้งนั้น ผู้คนเห็นว่าคุณเป็นคนที่กังวลในปัญหาที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ บางคนคิดว่าคุณน่าเบื่อ มีแต่คนที่รู้จักคุณดีเท่านั้นจึงจะรู้ว่าคุณไม่น่า เบื่อ

——————————————————————

เราทำได้ 39 คะแนน

คน อื่นๆ มองว่าคุณ เป็นคนอ่อนไหว ระมัดระวังรอบคอบ และง่ายๆ ผู้คนมองว่าคุณ ฉลาด มี พรสวรรค์ แต่นอบน้อม ไม่ใช่คนที่จะมีเพื่อนได้ง่ายๆ แต่จะเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อเพื่อน มาก
และคาดหวังว่าเพื่อนก็ต้องเป็นเช่นนั้นกับคุณ คนที่รู้จักคุณจริงๆ จะรู้ว่า … มัน ต้องใช้หลายอย่างมากที่จะทำให้คุณเลิกไว้ใจเพื่อนของคุณ แต่ในทางกลับกัน มันจะใช้เวลานานมากกว่าคุณจะยอมอภัยถ้าความเชื่อถือนั้นถูกทำลายลง

สอบ Algo Midterm#1 (รอบสอง)

คะแนน algo midterm#1 ออกแล้ว เต็ม 60 แต่อาจารย์ตรวจไปแค่ 4 ข้อ ก็ได้ว่า

เต็ม 40 ได้มา 16 – -” วันนี้ นิว เมียว ทาโร่ สอบทีหลัง (เนื่องจากไป robocup ที่จีนมา)

อ.เลยให้สอบใหม่ได้ (อารมณ์ประมาณสอบซ่อม..)

ไม่รู้ครั้งนี้จะได้เท่าไร 555 ทำไมปีสามมันห่วยแบบนี้วะ

ปล. ตอนเย็น ได้เงินมาแล้วนะ ^^” 4,000 บาท (ทำเว็บกับออฟ)

…ทำไมชาวพุทธจึงมีความเครียดหนัก ?…

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๐ สื่อมวลชนฉบับหนึ่ง
ได้เสนอข่าวชวนให้คิด เชิงจริยธรรม ความว่า
บริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมือง และเศรษฐกิจ
ที่ใช้อักษรย่อว่า เพิร์ด แห่งประเทศฮ่องกง
ได้จัดอันดับความเครียดของพลเมืองประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเซีย
ด้วยมาตราวัดความเครียดได้สถิติความเครียด ๖ อันดับดังนี้ : -

มีความเครียดระดับ ๑ ได้แก่ พลเมืองประเทศเวียดนาม สถิติ ๘.๕

มีความเครียดอันดับ ๒ ได้แก่ พลเมืองประเทศเกาหลี สถิติ ๘.๒

มีความเครียดสูงอันดับ ๓ ได้แก่ พลเมืองประเทศไทย สถิติ ๗.๘

มีความเครียดสูงอันดับ ๔ ได้แก่ พลเมืองประเทศจีน, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น,

สิงคโปร์, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ สถิติ ๖.๗

มีความเครียดสูงอันดับ ๕ ได้แก่ พลเมืองประเทศมาเลเซีย สถิติ ๕.๖

มีความเครียดสูงอันดับ ๖ ได้แก่ พลเมืองประเทศไต้หวัน สถิติ ๕.๕

นอกจากสถิติดังกล่าว เพิร์ดยังได้สถิติในด้านที่มีความเครียดน้อยที่สุดไว้
ด้วยว่า ชาวอินเดียมีความเครียดน้อยที่สุด

หลายคนสงสัยว่า ทำไมชาวอินเดียจึงมีอารมณ์ดี เครียดน้อยที่สุด

ในปัญหานี้ น่าจะชี้แนะให้เห็นความจริงว่า ชาวอินเดียโดยทั่วไปนั้น
เขาเป็นคนทะเยอทะยานน้อยที่สุด
คนวรรณะต่ำสุดของอินเดีย เป็นคนที่ลำบากยากจนมากที่สุด
คุ้นเคยชินชาอยู่กับความลำบากยากไร้มากที่สุด
มีชีวิตอยู่ด้วยอาหารการกินน้อยที่สุด
อาศัยอยู่ที่อาศัยที่เป็นกระท่อมน้อย ๆ
หาความสะดวกสบายได้น้อยที่สุด
ได้รับอันตรายจากภัยธรรมชาติมากที่สุด
สรุปว่า ย่อมรับรู้ทุกข์ความเจ็บไข้ ความผิดหวัง
ความร้อน ความหนาว และการเหยียดหยามก้าวร้าวมาบ่อยทุกรูปแบบ
โดยเห็นว่าทุกข์เหล่านั้นคือ เพื่อนสนิทในชีวิตของเขา

ด้วยเหตุนั้น น่าจะเป็นผลทำให้เขาเครียดน้อยที่สุด
ส่วนชาวไทยเรา มีความเครียดมากติดอันดับ ๓ ของเอเซีย
อย่างไม่น่าเชื่อ

ไม่น่าเชื่อเพราะอะไร เพราะชาวไทยมีพระพุทธศาสนาประจำชาติ
มีพุทธธรรม เป็นโอสถยาวิเศษที่ป้องกันบรรเทาและแก้ทุกข์ได้ร้อยแปด
มีพระสงฆ์เป็นครูชั้นยอดคือ แนะนำให้ทำดี ให้หมดทุกข์ได้สิ้นเชิง

แต่เหตุไรชาวไทย จึงมีความเครียดหนักหนาเช่นนั้น
คนโดยทั่วไปมักจะเข้าใจกันว่า เพราะปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า
ทำให้คนไทยอยู่สบาย ๆ หรือสุขสำราญอีกต่อไปไม่ได้

แต่ถ้าจะลงลึกไปอีก เราจะเห็นสาเหตุสำคัญยิ่งไปกว่านั้น
ก็เราไม่ได้ใช้พระพุทธศาสนา เป็นเครื่องจรรโลงใจกันเลย
ทั้ง ๆ ที่รู้กันดีว่า ศาสนาเป็นที่พึ่งทางใจ

ที่พึ่งทางกาย เรามีกันพอสมควรแล้ว คือ เรามีอาหารพอกิน
เรามีเครื่องนุ่งห่มพอใช้ เรามีบ้านเรือนพออยู่
เรามียาแก้โรคทางกาย หลายต่อหลายอย่าง

แต่ที่พึ่งทางใจ เราขาดแคลนอยู่เป็นประจำ
ทำไมจึงขาดแคลน ก็เพราะเราไม่ค่อยอยากใช้ธรรมะ
ไม่อยากสนใจ ทางพ้นทุกข์หรือทางระงับดับความเร่าร้อนใจในชีวิต
โดยเราเห็นว่า ไม่จำเป็น และไร้สาระ ช่วยอะไรไม่ได้
โดยปล่อยธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้าให้เป็นของไร้ค่าไปเสียเฉย ๆ

ถ้าเราจะมาสนใจกันหน่อย ศึกษา และอบรมตามหลักธรรมสำคัญ ๆ
ของพระพุทธศาสนา

ให้รู้ว่าอะไรคือทุกข์ อะไรคือเหตุแห่งทุกข์
อะไรคือความดับทุกข์ และอะไรคือวิธีทำให้สิ้นสุดความทุกข์

และหลักธรรมประกอบอื่น ๆ อีกไม่กี่ข้อ เช่น เรื่องโลกธรรม ๘
เรื่องสันโดษ เรื่องกฏแห่งกรรม เรื่องการแผ่เมตตา
และเรื่องไตรลักษณ์ เป็นต้น เราก็จะไม่ต้องพ่ายแพ้แก่ความเครียด
ซึ่งมันเป็นเรื่องทางกายมากกว่า

บางที เพียงเรื่องโลกธรรมเรื่องเดียว
ถ้าเรารู้ซึ้งจนยอมรับไปคิดพิจารณาอยู่บ่อย ๆ
เราก็สามารถระงับยับยั้งทุกข์ระทมที่โหมโรมรันเราได้สำเร็จง่าย ๆ

ในโลกธรรม ๘ นั้น พระพุทธองค์ทรงสอนให้เรารู้ความจริง
หรือธรรมชาติที่ทุกชีวิตจะต้องได้รับเสมอเหมือนกัน
ไม่มีผู้วิเศษอยู่เหนืออำนาจโลกธรรม ๘ กล่าวคือ

๑. มีลาภ แล้วก็ ต้องเสื่อมลาภ

๒. มียศศักดิ์ แล้วก็ ต้องเสื่อมยศศักดิ์

๓. มีสรรเสริญ แล้วก็ ถูกนินทา

๔. มีสุข แล้วก็ ต้องมีทุกข์

* เป็นไปไม่ได้ที่จะมีแต่ลาภร่ำรวยล้นไม่หยุด

* เป็นไปไม่ได้ที่จะมีแต่ยศศักดิ์อัครฐาน ไม่เสื่อม

* เป็นไปไม่ได้ที่จะมีแต่คำยกย่องสดุดี ไม่ถูกด่าว่า

* เป็นไปไม่ได้ที่จะมีแต่สุขสนุกสนาน ไม่ทุกข์

อยู่ว่าง ๆ ณ ที่สงบสงัด ทำใจให้เป็นสมาธิ คิดพิจารณาตามที่ว่ามา
จิตที่ผิดหวัง มีทุกข์ จะค่อย ๆ มั่นคงมีเหตุผล คลายความทุกข์ได้

พระพุทธองค์ทรงสอนชาวโลกไว้แจ่มแจ้งแล้ว
แต่ผู้เครียดทั้งหลาย มิได้ใส่ใจสนใจ มิได้นำมาพินิจพิจารณา
จึงต้องเครียดหนัก

ผู้ที่จะอยู่ในโลกได้อย่างสุขสบายไม่เครียด จะต้องเป็นผู้ยอมรับรู้
ยอมรับทราบ ยอมให้ตนได้รับทุกข์ โดยไม่มีการปฏิเสธ
(กายจะทุกข์ก็ให้เขาทุกข์)

คล้าย ๆ ว่า แสวงหาสุขบนกองทุกข์ของตน
คือ เห็นทุกข์เป็นเพื่อนคู่ชีวิต
เห็นความลำบากเป็นทางแห่งเกียรติยศ
เห็นความโศกสลดเป็นรสชาติของชีวิต ชีวิตที่เกรียงไกรเลิศล้ำ
ต้องมีสีสัน ต้องสามารถแสดงบทบาทโลดโผนได้อย่างดี

มิใช่ชีวิตที่ล่องลอยมาสบาย ๆ ดังพระราชนิพนธ์
ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ว่า

“หนทางไปสู่เกียรติศักดิ์ จักประดับดอกไม้หอมหวลยวนจิตไซร้ บ่ มี”

อาจมีคนค้านว่า “พูดหรือสอนเขานะ มันแสนยาก
แต่พอจะทำเอง มันยากนักยากหนา คนสอนนะยังไม่เคย
เป็นหนี้สินใครเป็นร้อย ๆ ล้าน
ยังไม่เคยถูกพิษร้ายถึงขนาดบริษัทพัง ธุระกิจล่มจม
ตกงาน เงินขาดมือ จึงนึกว่าจะแก้ทุกข์ได้ง่าย”

ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ควรเครียด ไม่ควรตายอยู่ดีนั่นเอง
เหตุผลก็คือ เรายังมีร่างกาย ยังมีความรู้ ยังมีความสามารถ
และยังมีคุณค่าต่อสังคมมากต่อมาก

* ไม่ตายเสีย ก็คงมีโอกาสปลอดโปร่งสว่างไสวในชีวิต

* ไม่ตายเสีย ก็ยังมีโอกาสทำงานอื่น ๆ กอบกู้ฐานะได้

* ไม่ตายเสีย ก็คงจะมีเพื่อนผู้สามารถมาชี้แนะอุ้มชู

* ไม่ตายเสีย ก็คงมีโอกาสทำงานขอทุเลาหนี้ หรือใช้หนี้ได้

ถึงไม่อาจใช้หนี้หมดได้จริง เราก็ยังมีโอกาสพบผู้เห็นอกเห็นใจ
ผู้เห็นคุณค่าของเราบ้างจนได้

ในเมื่อพระพุทธเจ้าท่านสอนว่า ความสุขไม่เที่ยงแท้ เป็นจริง
เราก็ต้องเข้าใจต่อไปว่า ความทุกข์ ก็ไม่อยู่กับเราตลอดไปดอก
(ทุกข์ก็หมดไปได้) มีทางสว่างไสวอยู่ในความมืดแน่นอน
ถ้าเราไม่ด่วนดับอนาคตของตัวเองง่าย ๆ

ที่มา : http://jarun.org

ที่มา : dhammathai